อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี l พุนพิน l ไชยา l พระแสง l เกาะสมุย l เกาะพะงัน l ท่าฉาง l ท่าชนะ l คีรีรัฐนิคม l บ้านนาสาร
เวียงสระ l กาญจนดิษฐ์ l พนม l บ้านตาขุน l ดอนสัก l เคียนซา l บ้านนาเดิม l ชัยบุรี l กิ่งอำเภอวิภาวดี


อำเภอบ้านนาเดิม


อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี


อำเภอพุนพิน


อำเภอไชยา


อำเภอพระแสง


อำเภอเกาะสมุย


อำเภอเกาะพะงัน


อำเภอท่าฉาง


อำเภอท่าชนะ


อำเภอคีรีรัฐนิคม


อำเภอบ้านนาสาร


อำเภอเวียงสระ


อำเภอกาญจนดิษฐ์


อำเภอพนม


อำเภอบ้านตาขุน


อำเภอดอนสัก


อำเภอเคียนซา


อำเภอชัยบุรี


กิ่งอำเภอวิภาวดี

          อาณาเขต
      ทิศเหนือ จด อำเภอท่าชนะ
      ทิศใต้ จด อำเภอท่าฉาง
      ทิศตะวันออก จด อ่าวไทย
      ทิศตะวันตก จด อำเภอกะเปอร์ จังหวัดระนอง

          ลักษณะภูมิประเทศ

                 ทางตะวันตกเป็นที่สูง เป็นป่าเขา ด้านตะวันออกใกล้ทะเล จะเป็นชายฝั่ง และภูเขาขนาดย่อมกระจายอยู่ทั่ว เป็นแหล่งเพาะปลูกยาวไปตามแนวชายฝั่ง

                 ไชยา เป็นเมืองที่มีความเจริญ ในระหว่างพุทธศตวรรษที่ ๑๒-๑๗ ในสมัยศรีวิชัย นักประวัติศาสตร์เรียกว่า คำว่า ไชยา มาจากคำว่า วิชะยะ หรือ วิชัยยะ และคำว่า ศรีวิชัย ก็คือ“ศรีวิชะยะ” นั่นเอง เป็นการพูดออกเสียงที่พูดเร็วและออกเสียงสั้น คำว่า ชัยยะ หรือ ชยะ เป็น ไชยา

                 นักพุทธศตวรรษที่ ๑๖-๑๗ อาณาจักรศรีวิชัย เสื่อมลงเมืองไชยาลดความสำคัญลง ขึ้นกับเมืองนครศรีธรรมราช กระทั่ง พุทธศตวรรษที่ ๑๙ เมืองนครศรีธรรมราช เป็นเมืองประเทศราชของอาณาจักรสุโขทัย เมืองไชยา จึงต้องไปรวมอยู่กับอาณาจักรสุโขทัย

                 สมัยอยุธยาตอนต้น ไชยาอยู่กับการปกครองของนครศรีธรรมราช เป็นหัวเมือง ๑๒ นักษัตร เรียกว่า “เมืองบันไทย สมอ” ใช้ตราลิง เป็นตราประจำเมือง

                 สมัยพระเจ้ากรุงธนบุรี พ.ศ. ๒๓๑๒ กองทัพเมืองหลวงยกไปปราบก๊กพระยานคร หลวงปลัดเมืองไชยา รวบรวมไพร่พล เข้าสวามิภักดิ์ พระเจ้ากรุงธนบุรี ทรงทราบ จึงโปรดเกล้าฯ ให้เป็น พระยาวิชิตภักดี เจ้าเมืองไชยา

                 สมัยรัชกาลที่ ๑ พ.ศ. ๒๓๒๘ พระเจ้าปะดุง กษัตริย์พม่าตีหัวเมืองปักษ์ใต้ เมืองไชยาถูกพม่าเผาเสียหายยากที่จะปฏิสังขรณ์ จึงย้ายที่ตั้งเมืองจากบ้านเวียง ไปตั้งใหม่ที่ชายทะเลบ้านนอกค่ายตำบลพุมเรียง เพราะเป็นชุมชนค้าขาย ท่าจอดเรือ

                 พ.ศ. ๒๔๔๒ สมัยรัชกาลที่ ๕ รวมเมืองกาญจนดิษฐ์กับเมืองไชยาเป็นเมืองเดียวกัน เรียกว่า “เมืองไชยา” ตั้งศาลากลางที่บ้านดอน เมืองไชยาเดิมที่ตั้งอยู่ ณ พุมเรียง ให้เรียกว่า อำเภอพุมเรียง

                 พ.ศ. ๒๔๗๘ ย้ายที่ตั้งอำเภอจากพุมเรียงมาตั้งที่บ้านดอนโรงทอง ตำบลทุ่ง เนื่องจากมีทางรถไฟตัดผ่านการคมนาคมสะดวก

                 พ.ศ. ๒๔๘๑ มีระเบียบการเรียกชื่อเมืองว่า อำเภออำเภอใดมีศาลากลางจังหวัดตั้งอยู่ ให้เรียก อำเภอเมือง และให้มีชื่อตามชื่อจังหวัด อำเภอเมืองไชยา จึงต้องตัดคำว่า “เมือง” ออกเป็น อำเภอไชยา


แหล่งท่องเที่ยว

  • สวนโมกขลาราม : หรือวัดธารน้ำไหล อยู่บริเวณเชิงเขาพุทธทองแยกจากทางหลวงหมายเลข 41 ก่อนถึงตลาดไชยาเล็กน้อยตรงหลักกิโลเมตรที่ 134 เป็นสำนักสงฆ์ที่ตั้งอยู่ในอุทยานที่สวยงามตามธรรมชาติ และสงบร่มรื่น เหมาะแก่การวิปัสสนาธรรม มีศาลาโรงธรรม ประมวลภาพวาดบทกวี และคติธรรมไว้จำนวนมาก ซึ่งเรียกว่าโรงมโหรสพทางวิญญาณ นอกจากนี้ยังมีการฝึกสอนสมาธิแก่ชาวต่างชาติทุกวันที่ 1- 10 ของทุกเดือน



  • วัดพระบรมธาตุไชยาราชวรวิหาร : เป็นที่ประดิษฐ์สถานพระบรมสารีริกธาตุ สร้างในสมัยศรีวิชัย มีอายุกว่า 1,200 ปี ตรงข้ามบริเวณวัดมี พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติไชยา จัดแสดงศิลปะประติมากรรม ศิลาและสำริดที่พบในบริเวณเมืองเก่าไชยา



  • หมู่บ้านพุมเรียง : แหลมโพธิ์ : เป็นหมู่บ้านเก่าแก่ของอำเภอไชยา จะว่าเป็นเมืองเก่าก็ว่า อยู่ห่างจากตัวอำเภอประมาณ 7 กิโลเมตร มีผ้าทอที่มีชื่อเสียงเป็นผ้าทอยกดิ้นเงิน และดิ้นทองสวยงามมาก เป็นสินค้าที่มีชื่อเสียงของจังหวัดสุราษฎร์ธานีเลยทีเดียว และห่างจากหมู่บ้านไปประมาณ 2 กิโลเมตร แหลมโพธิ์ ชายทะเลที่น่าเที่ยวแห่งหนึ่งของหมู่บ้านพุมเรียง มีอาหารทะเลทีมีผู้นิยมไปรับประทานกันมาก โดยเฉพาะหอยขาว ที่มีอยู่ที่นี่เท่านั้น





  • ผ้าไหมพุมเรียง : ที่ตำบลพุมเรียง หรือหมู่บ้านพุมเรียง ประชาชนส่วนใหญ่เป็นชาวไทยมุสลิม มีงานหัตกรรมที่มีชื่อ ที่ทำกันในหมู่บ้านไทยมุสลิม คือการทอผ้าไหม โดยใช้ผ้าไหมที่มีคุณภาพดีเป็นที่นิยมของผู้คนทั่วไป โดยทอด้วยกี่กระตุก ลวดลายที่นิยมทอได้ แก่ ลายราชวัตร ลายดอกพิกุล ลายนพเก้า และลายยกเบ็ด

  • ไข่เค็มไชยา : ที่อำเภอไชยา มีไข่เค็มที่มีชื่อเสียงกล่าวขวัญกันทั่วไป เนื่องจาการทำไข่เค็มสูตรไชยาไม่เหมือนที่อื่น ไข่เค็มไชยา ไข่จะแดงมาก มันเยิ้ม รสชาติอร่อย และไม่คาวเหมือนไข่เป็ดที่อื่น ปัจจุบันตลาดไข่เค็มขยายใหญ่โตมาก แหล่งจำหน่ายอยู่บริเวณหน้าสวนโมกฯ ริมถนนเพชรเกษม

  • เจดีย์วัดหลง : เจดีย์วัดแก้ว : เจดีย์วัดเวียง วัดหลงเป็นเก่าแก่แห่งหนึ่งของจังหวัดสุราษฎร์ธานี เจดีย์วัดหลงสร้างสมัยเดียวกับพระบรมธาตุไชยา และเจดีย์วัดแก้ว ระหว่างพุทธศตวรรษที่ 14-15 จากหลักศิลาจารึกที่ 23 กล่าวกันว่า เจดีย์วัดหลงสร้างขึ้นโดยพระเจ้ากรุงศรีวิชัย เพื่อประดิษฐานพระพุทธรูปปางมารศรีวิชัย อันเป็นการสร้างเพื่อเฉลิมฉลองเมืองต่างๆ ที่ทรงได้รับชัยชนะในการรบ เจดีย์วัดแก้วสร้างเพื่อประดิษฐานรูปพระโพธิสัตว์ปัทมปาณี ส่วนเจดีย์วัดเวียง สร้างเพื่อประดิษฐานรูปพระโพธิสัตว์วัชรปาณี



    เทศกาล
  • สารทเดือนสิบ…
      งานบุญยิ่งใหญ่ เมืองไชยา : การจัดงานเทศกาลเดือนสิบจะมีช่วงระยะเวลาที่สำคัญตั้งแต่วันแรม 13 ค่ำ เดือนสิบ ถึง 15 ค่ำ เดือนสิบ ซึ่งจะตรงกับเดือนกันยายน หรือตุลาคมของทุกปี โดยงานเทศกาลเดือนสิบ งานเทศกาลเดือนสิบเกิดขึ้นเกิดขึ้นด้วยเหตุผลในทำนองเดียวกันกับชาวอินเดียที่มีพิธี " เปรตพลี " เพื่อเป็นการแสดงออกถึงความกตัญญูกตเวทีต่อบรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว ซึ่งเชื่อกันว่าบรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้วส่วนหนึ่งจะตกไปอยู่ในยมโลก หรือที่เรียกว่า " นรกภูมิ " ได้รับความทุกขเวทนา ในช่วงวันแรม 1 ค่ำ เดือนสิบยมโลกจะปล่อยตัวบรรพบุรุษขึ้นมาพบญาติพี่น้องลูกหลานในเมืองมนุษย์ บรรพบุรุษขึ้นมาพบญาติพี่น้องลูกหลานในเมืองมนุษย์ บรรพบุรุษที่ขึ้นมายังโลกมนุษย์ก็คือ " เปรต " เมื่อถูกปล่อยพวกเปรตทั้งหลายจะขึ้นมาโลกมนุษย์ เพื่อขอรับส่วนบุญกุศลจากลูกหลาน ญาติมิตรนำกลับไปไถ่โทษในยมโลกให้ลดน้อยลง ลูกหลานจะนำข้าวปลาอาหารไปทำบุญที่วัด วันนี้เรียกว่า " วันหมรับเล็ก " และเทศกาลเดือนสิบจะเริ่มคึกคักในวันแรม 13 ค่ำ เดือนสิบถือเป็น " วันจ่าย " โดยประชาชนทุกบ้านจะออกไปซื้อหาสิ่งของมาไว้สำหรับจัดหมรับ (คำว่า หมรับ มาจากคำว่า สำรับ) เมื่อวันแรก 14 ค่ำ จึงยกไปวัดเรียกวันนี้ว่า " วันยกหมรับ " หรือวันแห่หมรับ บางพื้นที่เรียกว่า " วันรับตายาย หรือวันรับบรรพบุรุษ "